National Health Security Office (NHSO)
  • แสดงผลพื้นหลังสีดำตัวหนังสือสีขาว 
  • แสดงผลสีแบบปกติ 
  • แสดงผลพื้นหลังสีดำตัวหนังสือสีเหลือง 
  • larger 
  • default 
  • smaller 
  • เปลี่ยนการแสดงผล

    สำหรับผู้พิการ

ประชาสัมพันธ์

สปสช.หนุนป้องกันโควิด-19 จัดบริการส่งยาทางไปรษณีย์ เผย 9 เดือน รพ. 217 แห่ง ร่วมส่งยาให้ผู้ป่วย 1.77 แสนครั้ง

            สปสช. เผย “บริการจัดส่งยาผู้ป่วยทางไปรษณีย์ กองทุนบัตรทอง” ร่วมป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ช่วยลดความเสี่ยงผู้ป่วยรับเชื้อ ผลดำเนินโครงการ 9 เดือน มี รพ. ร่วมจัดส่งยาให้ผู้ป่วย 217 แห่ง จำนวนบริการ 1.77 แสนครั้ง 

นพ.ศักดิ์ชัย กาญจนวัฒนา เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า โครงการจัดส่งยาให้ผู้ป่วยทางไปรษณีย์ ภายใต้กองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง) เป็นโครงการที่ริเริ่มเมื่อเดือนเมษายน 2563 ในช่วงที่เกิดการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ที่เป็นข้อเสนอจากโรงเรียนแพทย์และกรมการแพทย์ ทั้งนี้เพื่อลดความเสี่ยงในการรับเชื้อโควิด-19 ให้กับผู้ป่วยในการรอรับยา การเดินทาง และยังช่วยลดความแออัดในโรงพยาบาลเพื่อเว้นระยะห่างทางสังคม (Social distancing) นำมาสู่ความร่วมมือระหว่าง บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) โรงเรียนแพทย์ หน่วยบริการในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข และหน่วยบริการในระบบบัตรทอง

ทั้งนี้เบื้องต้นโครงการดังกล่าวกำหนดระยะเวลาดำเนินการเพียง 3 เดือนเท่านั้น แต่ด้วยได้รับการตอบรับบริการด้วยดี และขณะเดียวกันสถานการณ์โควิด-19 ทั้งในประเทศและรอบประเทศยังคงมีการแพร่ระบาดพบผู้ติดเชื้อรายใหม่อย่างต่อเนื่อง ดังนั้น สปสช. ได้ให้มีการดำเนินโครงการดังกล่าวต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน โดยคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) ซึ่งมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธาน ได้อนุมัติแผนงบประมาณปี 2564 ให้ สปสช. สนับสนุนค่าบริการให้กับโรงพยาบาลในการจัดส่งยาทางไปรษณีย์ให้ผู้ป่วยที่บ้าน

นพ.ศักดิ์ชัย กล่าวว่า จากการดำเนินการโครงการในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา ข้อมูลตั้งแต่วันที่ 11 เมษายน 2563 ถึง 9 มกราคม 2564 มีโรงพยาบาลร่วมโครงการจำนวน 217 แห่ง ผู้ป่วยรับบริการ 147,270 คน บริการรับยาทางไปรษณีย์จำนวน 176,924 ครั้ง รวมการเบิกจ่ายค่าบริการจำนวน 8,845 ล้านบาท โดยทางไปรษณีย์ไทยคิดราคาเหมาจ่ายทั้งระยะทางและน้ำหนักพัสดุในอัตรา 50 บาท/พัสดุ สำหรับข้อมูลบริการจัดส่งยาให้ผู้ป่วยทางไปรษณีย์นี้ พบว่าผู้ป่วยความดันโลหิตสูงเป็นกลุ่มผู้ที่รับบริการมากที่สุด คือจำนวน 41,999 ครั้ง รองลงมาเป็นผู้ป่วยเบาหวาน จำนวน 21,854 ครั้ง ผู้ป่วยเอชไอวี 5,693 ครั้ง ผู้ป่วยหอบหืด 5,365 ครั้ง และผู้ป่วยหลอดลมอุดกั้น 3,876ครั้ง

            “การป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดโควิด-19 เป็นสถานการณ์ที่ทุกหน่วยงาน ทุกภาคส่วน และทุกคนในประเทศต้องช่วยกัน ซึ่งบริการจัดส่งยาให้ผู้ป่วยทางไปรษณีย์นี้เป็นโครงการหนึ่งเพื่อร่วมสนับสนุนในการลดการแพร่ระบาดโควิด-19 รวมถึงโรคระบาดอื่นๆ ได้ โดยได้รับความร่วมมือด้วยดีทั้งจากไปรษณีย์ไทย และหน่วยบริการที่เข้าร่วม ซึ่งกองทุนบัตรทองจะให้การสนับสนุนบริการนี้ต่อไป และจากโครงการนี้ยังนำไปสู่การสนับสนุนการให้บริการระบบสาธารณสุขทางไกล (Telehealth/Telemedicine) ในการจัดส่งยาให้กับผู้ป่วยที่รับบริการนี้ โดยในกลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่ต้องรับยาต่อเนื่อง โดยไม่ต้องเดินทางมารับยาที่โรงพยาบาลด้วยตนเอง” เลขาธิการ สปสช. กล่าว

 

 

////////////21 มกราคม 2564