National Health Security Office (NHSO)
  • แสดงผลพื้นหลังสีดำตัวหนังสือสีขาว 
  • แสดงผลสีแบบปกติ 
  • แสดงผลพื้นหลังสีดำตัวหนังสือสีเหลือง 
  • larger 
  • default 
  • smaller 
  • เปลี่ยนการแสดงผล

    สำหรับผู้พิการ

ประชาสัมพันธ์

“อนุทิน” แจงแนวทางดูแลผู้ป่วยมะเร็งบัตรทองตามนโยบายใหม่ “โรคมะเร็งไปรับบริการที่ไหนก็ได้ที่พร้อม”

             “อนุทิน” แจงแนวทางดูแลรักษาผู้ป่วยมะเร็งสิทธิบัตรทอง ตามบริการใหม่ “โรคมะเร็งไปรับบริการที่ไหนก็ได้ที่พร้อม” นโยบายยกระดับบัตรทองสู่หลักประกันสุขภาพยุคใหม่ ด้าน สปสช.ย้ำบริการใหม่ดูแลผู้ป่วยมะเร็งทั้งรายเก่าและรายใหม่ ช่วยให้เข้าถึงการรักษาโดยเร็ว   

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า บริการ “โรคมะเร็งไปรับบริการที่ไหนก็ได้ที่พร้อม” หนึ่งใน 4 บริการตามนโยบายยกระดับบัตรทอง สู่หลักประกันสุขภาพแห่งชาติยุคใหม่ โดยมีกรมการแพทย์ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข และสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินการ และโรงพยาบาลที่มีศักยภาพในการรักษาโรคมะเร็งที่ได้ร่วมดูแลผู้มีสิทธิบัตรทอง ซึ่งได้เริ่มต้นนโยบายตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2564 ที่ผ่านมา

นายอนุทิน กล่าวต่อว่า บริการโรคมะเร็งไปรับบริการที่ไหนก็ได้ที่พร้อม เป็นประโยชน์อย่างมากต่อผู้ป่วยสิทธิบัตรทองที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคมะเร็ง ทั้งกรณีผู้ป่วยรายเก่าและผู้ป่วยรายใหม่ที่พึ่งได้รับการวินิจฉัย โดยสามารถเข้ารับบริการรักษาในโรงพยาบาลที่มีศักยภาพในการรักษาโรคมะเร็งแห่งใดก็ได้ในระบบบัตรทองที่มีความพร้อมในการให้บริการ ครอบคลุมตั้งแต่การตรวจวินิจฉัยโรคมะเร็ง การรักษาด้วยเคมีบำบัดและรังสีรักษา การรักษาด้วยภาวะแทรกซ้อนที่เกิดจากโรคมะเร็งและจากการรักษา รวมถึงการตรวจติดตามผลการรักษา โดยไม่ต้องใช้หนังสือส่งตัว

ด้าน นพ.ศักดิ์ชัย กาญจนวัฒนา เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวถึงแนวทางการให้บริการว่า หลังจากที่ผู้ป่วยได้รับการวินิจฉัยทางการแพทย์ว่าเป็นโรคมะเร็ง แพทย์ผู้รักษาจะตัดสินใจร่วมกับผู้ป่วยโรคมะเร็งในประเด็นว่าเลือกรับบริการรักษาต่อที่ใด ซึ่งจะมีรายชื่อหน่วยบริการที่มีศักยภาพในการรักษาโรคมะเร็งและมีความพร้อมให้การรักษาที่สำคัญเพื่อควบคุมระยะและการแพร่กระจายของโรคมะเร็งของผู้ป่วยแต่ละราย หลังจากนั้นพยาบาลหรือเจ้าหน้าที่ประสานการส่งต่อจะทำหน้าที่อำนวยความสะดวกในการประสานการส่งข้อมูลผู้ป่วยเพื่อไปรับบริการยังหน่วยบริการที่พร้อมให้บริการรักษาโรคมะเร็ง โดยไม่ต้องใช้หนังสือส่งตัว เพื่อให้ผู้ป่วยโรคมะเร็งเข้ารับการรักษา ณ หน่วยบริการที่ได้เลือกไว้

นพ.ศักดิ์ชัย กล่าวต่อว่า ในกรณี “ผู้ป่วยโรคมะเร็งรายเก่า” ที่เป็นผู้ป่วยส่งต่อรักษาในหน่วยบริการที่มีศักยภาพรักษาโรคมะเร็งอยู่แล้ว สามารถรับการรักษาตามสิทธิประโยชน์บัตรทองที่กำหนดได้ต่อเนื่อง ไม่จำเป็นต้องขอหนังสือส่งตัวที่หน่วยบริการประจำอย่างในอดีต แต่หากผู้ป่วยมีความต้องการย้ายไปรักษายังหน่วยบริการที่มีศักยภาพด้านมะเร็งแห่งอื่น ก็ให้แจ้งความจำนงกับผู้ประสานงานโรคมะเร็ง (Cancer Coordinator) ของโรงพยาบาล ที่รักษาอยู่ ซึ่งจะทำหน้าที่ประสานงานเบื้องต้นไปยังโรงพยาบาลปลายทาง ทั้งนี้ควรคำนึงถึงความสะดวก ความพร้อม และการรอคิวบริการ เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาโดยเร็ว

นพ.ศักดิ์ชัย กล่าวว่า หน่วยบริการที่มีศักยภาพบริการดูแลผู้ป่วยมะเร็งในระบบบัตรทอง ได้แก่ 1.หน่วยบริการที่รับการส่งต่อทั่วไปที่มีศักยภาพในการให้เคมีบำบัดสำหรับผู้ป่วยโรคมะเร็ง 2.หน่วยบริการที่รับการส่งต่อเฉพาะด้านรังสีรักษา สำหรับผู้ป่วยโรคมะเร็ง และ 3.หน่วยบริการในระบบบัตรทองนอกเหนือจากข้อ 1 และ 2 ที่ให้การรักษาและบริการโรคมะเร็ง ทั้งนี้ในกรณีที่ผู้ป่วยเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลที่ไม่สามารถให้การรักษาเคมีบำบัดหรือรังสีรักษาได้ เจ้าหน้าที่ศูนย์ประสานการส่งต่อในหน่วยบริการ จะทำหน้าที่ประสานการส่งต่อไปยังหน่วยบริการใกล้บ้านที่มีศักยภาพในการให้บริการรักษาโรคมะเร็ง โดยคำนึงถึงความสะดวกในการให้บริการ เพื่อให้ผู้ป่วยไม่ต้องรอคิวนาน ได้รับการรักษาทันท่วงที เนื่องจากมีหน่วยบริการที่มีศักยภาพให้บริการโรคมะเร็งกระจายอยู่ทั่วประเทศ

“แม้ว่านโยบายนี้จะมีชื่อว่า มะเร็งไปรับบริการที่ไหนก็ได้ที่พร้อม แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าผู้ป่วยมะเร็งสิทธิบัตรทอง จะสามารถเดินเข้าไปรักษายังหน่วยบริการแห่งใดก็ได้ นั่นเพราะโรคมะเร็งมีหลายชนิด และหน่วยบริการแต่ละแห่งก็มีศักยภาพในการรักษาแตกต่างกัน ดังนั้น คำว่า “ที่ไหนก็ได้ที่พร้อม” ในที่นี้หมายถึงการรับบริการในหน่วยบริการ 3 ประเภทข้างต้นที่ร่วมให้บริการผู้ป่วยมะเร็งบัตรทอง เป็นการกระจายระบบบริการดูแลผู้ป่วยมะเร็ง ผ่านการดูแลและอำนวยความสะดวกโดยผู้ประสานงานโรคมะเร็งในแต่ละหน่วยบริการ ซึ่งจะพิจารณาถึงศักยภาพบริการและระยะเวลารอการรักษา เป็นต้น โดยมีระบบเชื่อมโยงข้อมูล และระบบส่งต่อไปยังหน่วยบริการที่มีศักยภาพด้านมะเร็ง ซึ่งจะทำให้เกิดการรักษาและดูแลผู้ป่วยอย่างต่อเนื่องและรักษาได้ทันท่วงที” เลขาธิการ สปสช. กล่าว 

            ทั้งนี้สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการหลักประกันสุขภาพในโรงพยาบาล หรือ สายด่วน สปสช. โทร. 1330 หรือ สปสช.สาขาเขตทั้ง 13 เขต นอกจากนั้นสามารถดูแนวทางดูแลรักษาผู้ป่วยมะเร็งสิทธิบัตรทอง ตามบริการใหม่ “โรคมะเร็งไปรับบริการที่ไหนก็ได้ที่พร้อม” และตรวจสอบรายชื่อหน่วยบริการรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็งในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ได้ที่เว็บไซต์ สปสช. www.nhso.go.th

 

/////////////4 กุมภาพันธ์ 2564