National Health Security Office (NHSO)
  • แสดงผลพื้นหลังสีดำตัวหนังสือสีขาว 
  • แสดงผลสีแบบปกติ 
  • แสดงผลพื้นหลังสีดำตัวหนังสือสีเหลือง 
  • larger 
  • default 
  • smaller 
  • เปลี่ยนการแสดงผล

    สำหรับผู้พิการ

ประชาสัมพันธ์

ปี 64 สปสช.นำร่องคลินิกการพยาบาลฯ 100 แห่ง เพิ่มความสะดวก เข้าถึงบริการสุขภาพปฐมภูมิ

  

สปสช.ขยายบริการ “คลินิกการพยาบาลฯ” ในระบบบัตรทอง ปี 64 นำร่อง 100 แห่ง เพิ่มทางเลือกหน่วยบริการปฐมภูมิ ร่วมบริการดูแลสุขภาพปฐมภูมิประชาชน   

นพ.ศักดิ์ชัย กาญจนวัฒนา เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า พยาบาลเป็นวิชาชีพที่มีความใกล้ชิดกับผู้ป่วยและมีศักยภาพในการให้บริการสุขภาพปฐมภูมิ ภายใต้ระบบบริการสาธารณสุขของประเทศไทย “คลินิกการพยาบาลและการผดุงครรภ์” ที่ดำเนินการโดยผู้ประกอบวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์ เป็นหนึ่งในสถานพยาบาลมาตรฐานตาม พ.ร.บ. สถานพยาบาลฯ ที่ได้ร่วมดูแลสุขภาพประชาชนมาอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ “บัตรทอง” เป็นระบบสุขภาพใหญ่ที่สุดของประเทศ ครอบคลุมดูแลประชากรผู้มีสิทธิ์กว่า 48 ล้านคน การจัดบริการสุขภาพให้เพียงพอ ดูแลประชาชนผู้มีสิทธิ์ให้เข้าถึงบริการสุขภาพอย่างครอบคลุมและทั่วถึง ที่ผ่านมา สปสช. ได้จับมือกับหน่วยบริการทางการแพทย์ในด้านต่างๆ รวมถึงคลินิกการพยาบาลฯ ที่มีคุณภาพมาตรฐานตามวิชาชีพ เพื่อรองรับการให้บริการและดูแลสุขภาพประชาชนผู้มีสิทธิ์

 นพ.ศักดิ์ชัย กล่าวว่า ภายหลังจากเมื่อช่วงปลายปี 2562 ที่ สปสช. ได้ร่วมกับสภาการพยาบาลนำร่องหน่วยบริการคลินิกการพยาบาลฯ ภายใต้ระบบบัตรทองในพื้นที่เขต กทม. ปรากฎว่าได้รับการตอบรับด้วยดี เนื่องจากช่วยเพิ่มความสะดวกการเข้ารับบริการสุขภาพปฐมภูมิให้กับประชาชน และเพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการสาธารณสุขในระบบบัตรทอง ลดการเข้ารับบริการในโรงพยาบาลที่สอดคล้องกับสถานการณ์ COVID-19  ทั้งเป็นการปรับบริการสู่วิถีชีวิตใหม่ (New normal) และสนับสนุนนโยบายเว้นระยะห่างทางสังคม (Social distancing)  ดังนั้นในปีงบประมาณ 2564 สปสช. ได้ขยายนำร่องการบริการคลินิกการพยาบาลฯ เพิ่มเติมในเขตเมืองใหญ่ เขตปริมณฑล และเศรษฐกิจภาคตะวันออก จำนวน 100 แห่ง ในพื้นที่สปสช. เขต 1 เชียงใหม่เขต 4 สระบุรีเขต 6 ระยองเขต 9 นครราชสีมา และเขต 11  สุราษฎร์ธานี โดยได้เริ่มให้บริการแล้วตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ที่ผ่านมา     

ทั้งนี้ คลินิกการพยาบาลฯ ที่เข้าร่วมบริการในระบบบัตรทองได้นั้น ต้องเป็นสถานบริการที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการและดำเนินการสถานพยาบาล ตาม พ.ร.บ.สถานพยาบาล และต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามประกาศสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เรื่องเกณฑ์การตรวจประเมินเพื่อขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยบริการ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2563 ต้องเปิดให้บริการอย่างน้อย  40 ชม./สัปดาห์ มีพยาบาลวิชาชีพปฏิบัติงานตลอดเวลาที่เปิดให้บริการอย่างน้อย 1 คน และให้บริการตามมาตรฐานวิชาชีพ ได้แก่ บริการการพยาบาลขั้นพื้นฐาน การบริหารยาตามแผนการรักษาแพทย์และบริการดูแลสุขภาพผู้ป่วยที่บ้าน (Home Health Care) ที่เชื่อมโยงการบริการกับหน่วยบริการประจำและหน่วยบริการที่รับการส่งต่อ โดยในการรับบริการแต่ละครั้งจะมีผู้ป่วยพิสูจน์ตนเองด้วยบัตรประชาชนสมาทการ์ด

สำหรับงบประมาณที่นำมาสนับสนุนการบริการนั้น สปสช. ได้จัดสรรงบประมาณค่าบริการสาธารณสุขเพิ่มเติมสำหรับการบริการระดับปฐมภูมิ (PHC) ปีงบประมาณ 2564 ในส่วนของหมวดการเพิ่มการเข้าถึงบริการโดยหน่วยบริการร่วมให้บริการเพื่อสนับสนุนนโยบายเว้นระยะห่างทางสังคม (Social distancing) ที่เป็นการลดความแออัด จำนวน 10 ล้านบาท ซึ่งการเบิกจ่ายเป็นไปตามเงื่อนไขที่ สปสช. กำหนด

           “นับเป็นหน่วยบริการอีกรูปแบบหนึ่ง ที่ระบบบัตรทองได้เพิ่มเติมเพื่อเป็นทางเลือกหนึ่งเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงการดูแลสุขภาพปฐมภูมิเพิ่มมากขึ้น ซึ่งคลินิกการพยาบาลฯ เป็นสถานพยาบาลที่กระจายตั้งอยู่ในชุมชน ช่วยเพิ่มความสะดวกให้กับประชาชนในการรับบริการ ทั้งนี้เป็นผลจากความร่วมมือระหว่างสภาการพยาบาล และ สปสช. ในการพัฒนาบริการรูปแบบใหม่ในระบบบัตรทองโดยมีประโยชน์ประชาชนเป็นที่ตั้ง” เลขาธิการ สปสช. กล่าว

 

 

/////////////21 กุมภาพันธ์ 2564